blog post
One Day Trip to Ban Tha Rit, Behind Pa Sak Jolasid Dam, Saraburi Province
A natural attraction known as the “New Zealand of Thailand,”
where beautiful scenery and pleasant weather come together in one trip.
Golden hour by the reservoir — calm and beautiful.
This place is full of freshness, surrounded by vast green grasslands, scenic reservoir views, and beautiful mountains, with a cool breeze that helps visitors relax and unwind from daily fatigue.
A paramotor gliding over the water at sunset — a sight not to be missed.
Particularly from late winter to summer (approximately February to April), when the water level in the dam recedes, a vast open area along the reservoir emerges, allowing visitors to drive down, park, enjoy a picnic, and have dinner while experiencing nature up close.
One of the highlights of this destination is the chance to meet adorable sheep grazing freely across the grasslands, adding warmth and unique charm to the landscape. For anyone who loves capturing moments with nature and cute animals, this place is the perfect answer.
Beyond the beauty of nature, this trip also became a special moment that allowed us to share smiles and create wonderful memories together.
For those seeking a short getaway near Bangkok that offers scenic views, fresh air, and a peaceful atmosphere, Ban Tha Rit (บ้านท่าฤทธิ์) at the end of Pa Sak Jolasid Dam (เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) is truly a destination worth visiting.
(Bee)
Map & Directions
Illustrative map showing Ban Tha Rit (red pin) behind Pa Sak Jolasid Dam
Location: Ban Tha Rit viewpoint / campsite, behind Pa Sak Jolasid Dam
Address: Tambon Wang Muang, Amphoe Wang Muang, Saraburi 18220, Thailand
GPS Coordinates: 14.8901, 101.0973
Google Maps: https://maps.google.com/?cid=17377870411803536904
One Day Trip ณ บ้านท่าฤทธิ์ ท้ายเขื่อนป่าสัก จ.สระบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลายคนขนานนามว่า"นิวซีแลนด์เมืองไทย"จุดหมายที่ทั้งวิวสวยและอากาศดีในทริปเดียว
แดดยามเย็นริมอ่างเก็บน้ำ บรรยากาศสงบและสวยงาม
ที่นี่เต็มไปด้วยความสดชื่น รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างสุดสายตา วิวอ่างเก็บน้ำ และภูเขาที่สวยงาม พร้อมลมเย็น ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
พาราไกลเดอร์ลอยเหนือผืนน้ำยามพระอาทิตย์ตก อีกหนึ่งภาพที่ไม่ควรพลาด
โดยเฉพาะใน ช่วงปลายฤดูหนาวถึงฤดูร้อน (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน) ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำในเขื่อนลดลง พื้นที่ด้านล่างจะเผยให้เห็นลานกว้างริมอ่างเก็บน้ำ ทำให้ผู้คนสามารถขับรถลงไปจอด นั่งปิกนิก และรับประทานอาหารเย็นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่คือการได้พบกับ น้องแกะสุดน่ารัก ที่เดินเล็มหญ้าอย่างอิสระ เพิ่มความอบอุ่นและเสน่ห์ให้กับสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้นใครที่ชอบถ่ายรูปคู่กับธรรมชาติ
และสัตว์น่ารัก ๆ ที่นี่คือคำตอบ
นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ทริปครั้งนี้ยังเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้เราได้สร้างรอยยิ้มและความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน
หากใครกำลังมองหาทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งวิวสวย อากาศดี และบรรยากาศชิล ๆ บ้านท่าฤทธิ์ ท้ายเขื่อนป่าสัก คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
แผนที่และการเดินทาง
แผนที่แสดงตำแหน่งบ้านท่าฤทธิ์ (หมุดแดง) ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
(Bee)
สถานที่: จุดชมวิว/จุดกางเต็นท์ บ้านท่าฤทธิ์ ท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ที่อยู่: ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี 18220
พิกัด GPS: 14.8901, 101.0973
Google Maps: https://maps.google.com/?cid=17377870411803536904
Chiang Mai is creating a new history, poised to become a living “World Heritage Site”
"Chiangmai’s Old Town" to becoming a UNESCO World Heritage Tentative List, with the goal of achieving this by 2026, the 730 th anniversary of the founding of the capital of the Chiangmai Lanna. It is expected that International Council on Monuments and Sites (ICOMOS) will visit the area around June 2026 to gather information for consideration in November 2026.
Important temples that have been applied for World Heritage Site include Wat Chiang Man, Wat Phra Sing Varamahavihara, Wat Chedi Luang Varavihara, Wat Phra That Doi Suthep RatchaVaravihara, Wat Suan Dok (Royal Temple), Wat Chet Yot (Royal Temple), and Wat Umong, as well as the 5 city gates and 4 corners of the city wall, to preserve their original ancient architecture and be as consistent with historical narratives as possible, and to remain relevant to the lives of the people.
(Fern)
Source:
https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/466672
https://www.thaipbs.th/locals/contents/fqnr4iu5quwovno41vd2932h-
“เชียงใหม่” กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่จะขึ้นเป็น “มรดกโลก” ที่ยังมีชีวิต
“เมืองเก่าเชียงใหม่” เข้าสู่บัญชีมรดกโลกของยูเนสโก UNESCO โดยตั้งเป้าหมายให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนา โดยคาดว่าในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน 2569 สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ(ICOMOS) จะเดินทางมาตรวจพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าสู่วาระพิจารณาในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป
วัดสำคัญที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ประกอบด้วย วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระธาตดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดสวนดอก(พระอารามหลวง) วัดเจ็ดยอด(พระอารามหลวง) และวัดอุโมงค์ รวมถึง 5 ประตูเมือง และ 4 แจ่งกำแพงเมือง ให้คงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมโบราณดั้งเดิม และสอดคล้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากที่สุด และยังมีชีวิตคู่ไปกับใช้ชีวิตของผู้คน
(Fern)
แหล่งข้อมูล
https://chiangmai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/466672
https://www.thaipbs.th/locals/contents/fqnr4iu5quwovno41vd2932h-
คนเชียงใหม่ เจอฝุ่นซ้ำทุกปี!
ช่วงปลายเดือนมีนาคม สถานการณ์ยิ่งตอกย้ำภาพเดิมอย่างชัดเจน เมื่อเชียงใหม่ถูกจับตาในฐานะหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดของโลก คำถามจึงย้อนกลับมาอีกครั้งแบบหลีกไม่พ้นว่า ต้นตอของฝุ่นมหาศาลเหล่านี้มาจากไหนกันแน่ วิกฤตฝุ่นของเชียงใหม่เกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกันอยู่ตลอด ทั้งฝุ่นจากกิจกรรมของคนในเมือง สภาพภูมิประเทศ และปัจจัยทางอากาศที่ทำให้ฝุ่นไม่ยอมกระจายออกไปง่ายๆ
ปัญหาคือ เมื่อเมืองที่มีฝุ่นสะสมอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับสภาพธรรมชาติที่ไม่เอื้ออำนวย สถานการณ์ก็พร้อมปะทุทันที เชียงใหม่มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ เมื่อเกิดฝุ่นหรือควันขึ้นในพื้นที่ มลพิษจึงระบายออกได้ยากกว่าพื้นที่เปิด ยิ่งในช่วงฤดูแล้งที่ลมนิ่ง อากาศปิด และการระบายตัวของอากาศต่ำ
แต่ตัวแปรที่ทำให้สถานการณ์จาก “อากาศไม่ดี” กลายเป็น “วิกฤตสีแดง” จริงๆ คือไฟป่าและการเผาในที่โล่ง
[1] https://www.iqair.com/th/thailand/chiang-mai/chiang-mai
[2] https://www.chiangmainews.co.th/disaster/3925309/
ข้อมูลจากเว็บไซต์ "IQAir" [1] รายงาน ค่าฝุ่นทั่วโลกในวันที่ 31 มี.ค.69 ค่าฝุ่นเชียงใหม่ ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก และจุดความร้อน (Hotspot) [2] จาก GISTDA* ประจำวันที่ 28 เมษายน 2569 (รอบเช้า) ไฟป่าเชียงใหม่สะสมอยู่ที่ 10,849 จุด สถิติยอดสะสมมากกว่าปี 2568 ข้อมูลจากดาวเทียม Suomi-NPP**.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
*GISTDA: The Geo-Informatics and Space Technology Development Agency
** Suomi-NPP Suomi National Polar-orbiting Partnership
(Fern)







